ไตจ๋า อย่าเพิ่งเสื่อม สังเกตอย่างไร ว่าไตยังแข็งแรงดีอยู่หรือเปล่า

สังเกตอย่างไร ว่าไตยังแข็งแรงดีอยู่หรือเปล่า

 ในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน เราจะมีวิธีสังเกตความผิดปกติในการทำหน้าที่ของไตเบื้องต้นได้โดย

  • อาจมีอาการบวมน้ำ เช่น เวลาตื่นนอนตอนเช้า อาจมีการบวมน้ำของเปลือกตา แขน หรือขา
  • ปัสสาวะสีเข้ม ปัสสาวะขัด หรือปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน
  • ปวดหลังบริเวณบั้นเอว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตั้งของไต เป็นต้น

ส่วนการแพทย์แผนจีน จะแยกลักษณะอาการของไตที่ทำงานผิดปกติออกเป็น 2 รูปแบบตามหลักสมดุลร้อน-เย็นของร่างกาย  

1. อาการไตหยางพร่อง (ไตเย็นเกิน) ทำให้เกิดอาการ

– ขี้หนาว ปวดและเสียว หรือรู้สึกเย็นวาบบริเวณบั้นเอว ขา และหัวเข่า

– บวมน้ำ ปัสสาวะมากและบ่อย บางครั้งกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

– ง่วงนอนบ่อย เฉื่อยชา ไม่มีแรง หอบหืดเรื้อรัง

2. อาการไตหยินพร่อง (ไตร้อนเกิน) ทำให้เกิดอาการ

– นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท อ่อนเพลียเรื้อรัง เหนื่อยง่าย

– ผิวแห้ง คอแห้ง หิวน้ำบ่อย ขี้ร้อน รู้สึกร้อนวูบวาบตามร่างกาย เหงื่อออกตอนกลางคืน

– เจ็บร้าวบริเวณบั้นเอว และหลังแข็ง ปัสสาวะขัด

เนื่องจากไตของเรายังมีหน้าที่สำคัญเกี่ยวข้องกับระบบอื่นๆ ในร่างกายด้วย นอกจากอาการข้างต้นแล้ว เราจึงสามารถสังเกตจากอาการร่วม อื่นๆ ได้ด้วย เช่น ผมร่วง กระดูกเสื่อมก่อนวัย หูอื้อ การได้ยินบกพร่อง มีเสียงดังในหู และการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น

 

อีกหนึ่งสัญญาณเตือนจากร่างกายที่สำคัญและสังเกตได้ง่าย ก็คือ สัญญาณเตือนจากเส้นลมปราณไต

 

เส้นลมปราณไต จะทอดจากปลายนิ้วด้านฝ่าเท้าขึ้นไปตามแนวขาด้านในผ่านท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ ไปยังไต (บริเวณบั้นเอว) แล้วเชื่อมผ่านไปยังปอด ขึ้นไปที่คอด้านหน้า

ดังนั้น หากมีอาการปวดเมื่อย ตึงบริเวณบั้นเอว หลังแข็ง งอหลังหรือยืดหลังไม่ค่อยได้  ปวดเข่า ขาไม่ค่อยมีแรง หรือเป็นตะคริวที่น่องบ่อยๆ  จึงสันนิษฐานได้ว่า น่าจะมีอาการผิดปกติที่กระเพาะปัสสาวะหรือไต เนื่องจากอวัยวะทั้งสองต้องทำงานประสานกัน

หากสังเกตได้ว่ามีอาการดังกล่าว ก็ถึงเวลาที่เราต้องหันมาดูแลเอาใจใส่สุขภาพไตของเราให้มากขึ้น หรือจะให้ดี ถึงแม้จะยังไม่มีอาการอย่างที่ว่า เราก็ควรดูแลรักษาสุขภาพองค์รวมของเราให้แข็งแรงอยู่เสมอ

การดูแลสุขภาพไตให้แข็งแรง ทำได้โดย 

  • ดื่มน้ำเปล่า (ไม่เย็น) ให้เพียงพอในแต่ละวัน นับเป็นสิ่งสำคัญ และทำได้ง่ายที่สุด ในการบำรุงรักษาไต รวมทั้งสุขภาพองค์รวมของร่างกาย การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ จะช่วยเอื้ออำนวยต่อหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือดและขับออกทางปัสสาวะ ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักของไต
  • ทานอาหารปรุงสดใหม่ ลดการทานอาหารจังค์ฟู้ดส์ อาหารสำเร็จรูปที่มีการเติมวัตถุทางเคมี อาหารหรือขนมที่อุดมด้วยแป้งขัดขาวและน้ำตาล รวมถึงอาหารที่มีรสจัดมากเกินไป
  • ลด-ละ การสูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หากสามารถลดลงได้ ก็จะเป็นผลดีต่อไตเช่นกัน (สารนิโคตินในบุหรี่ และคาเฟอีนเมื่อสะสมในร่างกายนานเข้า จะส่งผลทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดพิษต่อไตได้)
  • ลดการทานยา วิตามิน อาหารเสริม เกินความจำเป็น เพราะนอกจากสารเคมีตกค้าง ที่เกินความต้องการของร่างกายทั้งหลาย จะเป็นภาระอันหนักหน่วงของทั้งตับและไต ในการขับทิ้งแล้ว สารเคมีเหล่านี้ยังทำให้เลือดมีสภาวะเป็นกรดสูง เดือดร้อนไตต้องรับภาระเพิ่ม ในการปรับสมดุลให้เลือดกลับมาอยู่ในสภาวะปกติอีกด้วย
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ในสถานที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ เนื่องจากไตจะต้องทำงานประสานกับปอด ในการขับคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อปรับสมดุลความเป็น กรด-ด่างในเลือด และ เก็บสะสมออกซิเจนที่ได้รับจากปอดไว้เป็นแหล่งพลังงาน ดังนั้น การออกกำลังกายในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์จึงเอื้ออำนวยต่อการทำหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดี
  • การนวดตามแนวเส้นลมปราณไตเป็นประจำ ก็นับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเลือดและพลังชี่ (ลมปราณ) มาหล่อเลี้ยงบริเวณไตดีขึ้น อีกทั้งการนวดตามแนวเส้นลมปราณไต ยังช่วยลดอาการปวดหลัง หลังแข็ง ปวดเอว ปวดตึงขา และลดอาการตะคริวที่น่อง ซึ่งเกิดจากการติดขัดของเส้นลมปราณไตได้อีกด้วย

 *** ภายใต้ฝ่าเท้าของเรา นอกจากจะเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นลมปราณไตแล้ว ยังเป็นศูนย์รวมของจุดสะท้อนอวัยวะต่างๆ ทั่วทั้งร่างกาย “การนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้า” จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของไต รวมทั้งอวัยวะต่างๆ ให้ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่หากใครไม่มีเวลาไปนวดฝ่าเท้า ก็อาจใช้วิธี “เหยียบกะลา” แทนก็ได้เช่นกัน ***

  • รักษาความอบอุ่นให้ไต ไตจะทำงานได้ดีในอุณหภูมิที่อบอุ่นพอเหมาะ หากอยู่ในที่อากาศเย็นเช่นห้องแอร์เป็นประจำ ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นพียงพอ หรือทานสมุนไพรบำรุงไตบ้าง เช่น  กระชายดำ กระชายเหลือง ถั่วดำ โสม ขิง ถั่งเช่า เป็นต้น

 

เคล็ดลับการดูแลไตตามหลักนาฬิกาชีวิต

ตามเวลาของนาฬิกาชีวิต เวลา 17.00 – 19.00 น. เป็นเวลาที่พลังชีวิตเคลื่อนมายังไต ควรทำอารมณ์ให้สงบ ผ่อนคลาย ฝึกการหายใจให้ลึกและยาว ให้ความอบอุ่นแก่ไตด้วยการอาบน้ำอุ่น แช่มือ-เท้าในน้ำอุ่น หรือดื่มน้ำสมุนไพรฤทธิ์ร้อน หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารรสจัด รสเค็ม

*** แพทย์จีนโบราณกล่าวว่า “ไต นับเป็นอวัยวะที่เป็นรากฐานของชีวิต” หากเรารู้จักบำรุงรักษารากฐานของชีวิตให้แข็งแรง มั่นคงแล้ว ก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายองค์รวม เมื่อมีสุขภาพดี ก็ย่อมมีกำลังวังชาเพียงพอ ที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งตนเอง ครอบครัว และส่วนรวมได้ต่อไป ***

ขอขอบคุณ thearokaya.co.th

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ค่ะ ถั่งเช่ากับโรคไต


 

5/5 (1)

รบกวนนิดนึง หากบทความนี้มีประโยชน์ ช่วยให้คะแนนหน่อยนะคะ