ความน่ากลัวของ [โรคไต] ที่หลายคนอาจไม่รู้ 

ความน่ากลัวของ [โรคไต] ที่หลายคนอาจไม่รู้ 

โรคไต นั้น.. หากปล่อยทิ้งไว้จนลามไปถึง ระยะที่ 5 จะเป็นอาการที่เรียกว่า..
[ไตวาย].. หมายถึง สภาวะที่การทำงานของไต เสียไป จนทำให้มีการสะสมของ(ของเสีย)ในร่างกาย ซึ่งจะตรวจได้จากเลือด คือค่า BUN(บียูเอ็น) สูงมาก
BUN = ย่อมาจาก blood urea nitrogen แปลว่าไนโตรเจนในรูปของ ยูเรีย ตัว ยูเรีย นี้เป็นเศษของเหลือจากการเผาผลาญโปรตีนที่ ตับ ซึ่งต้องถูกกำจัดทิ้งโดยไต
การวัดระดับค่าของ BUN เป็นตัวบ่งบอกว่าเลือดไหลไปกรองที่ไตมากพอหรือไม่ ค่าปกติของ BUN คือ 8-24
และ Creatinine(ครีเอตินิน) หรือ Cr ซึ่งจะบอกถึงโรคไตได้คร่าว ๆ
Cr = เขียนเต็มว่า Creatinine แปลว่าเศษเหลือจากการสลายตัวของกล้ามเนื้อ คือกล้ามเนื้อของคนเรานี้ มันสลายตัว และ สร้างใหม่อยู่ตลอดเวลา คนมีกล้ามมาก ก็สลายตัวมาก สร้างมาก Cr ซึ่งเป็นเศษซากที่สลายตัวออกมาจะถูกไตขับทิ้งไป ในกรณีที่ [ไตเสียการทำงาน] เช่นเป็นโรคไตเรื้อรัง ไตจะขับ Cr ออกทิ้ง ไม่ทันกับที่กล้ามเนื้อ สลายออกมา ทำให้ระดับ Cr ในเลือดสูงผิดปกติ ค่าปกติของมันคือ 0.7-1.2 mg/dL
การดูว่าไตเสื่อมหรือไม่ ต้องนำค่า Creatinine มาคำนวณเป็น estimated Glomerular Filtration Rate หรือ eGFR ซึ่งบ่งบอกถึงสภาพของไต ว่ามีอัตราการไหลของเลือด ผ่านกรวยไต ใน 1 นาที เท่าไร.. มีสูตรดังนี้
eGFR = (140 – อายุ) x น้ำหนัก(กก.)/72 x ค่า Cr

มาดูการพูดคุยถึง โรคไต กันหน่อยครับ คือ..
คุณหมอ บอกว่า.. วัดค่าไต ได้ (ต่ำกว่า 15) อย่างเราๆ ก็คงไม่เข้าใจว่า ตัวเลข [15] นี้ มันคือ อะไรกัน.. ตรงนี้ มีคำอธิบาย นะครับ. แต่อาจต้องอาศัย
ห้องปฏิบัติการทางเลือด คือ.. Blood chemistry แปลตรงๆ ว่า.. เคมีของเลือด หมายถึงระดับของสารต่างๆที่อยู่ในเลือด ซึ่งก่อปฏิกิริยาเคมีได้ ซึ่งการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของสารเหล่านี้ บ่งบอกไปถึงว่าจะมีโรคอะไรเกิดขึ้นในร่างกายบ้าง
ตัวเลข 15 คือค่า eGFR = เรียกสั้นๆ ว่า อีจีเอฟอาร์ ย่อมาจาก estimated Glomerular Filtration Rate แปลว่าอัตราการไหลของเลือดผ่านตัวกรองของไตในหนึ่งนาที ค่านี้ได้จากการคำนวณจาก Cr กับอายุ และชาติพันธุ์ของเจ้าตัว
ห้องแล็บที่ยังไม่ทันสมัย จะไม่รายงานค่านี้ ถ้าเจ้าตัวอยากทราบค่านี้ต้องเอาค่า Cr ที่ได้ไปคำนวณหาค่า eGFR ตามสูตร เพื่อนำมาใช้แบ่ง ระดับความรุนแรง เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า เป็นโรคไตเรื้อรังระยะไหนของ 5 ระยะ กล่าวคือ
1. eGFR > 90 ขึ้นไป = หน้าที่ของไตเป็นปกติ
2. eGFR 60-90 = ไตเริ่มเสื่อม
3. eGFR 30-60 = เป็นโรคไตระดับปานกลาง
4. eGFR 15-30 = เป็นโรคไตขั้นรุนแรง
5. eGFR<15 = ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย
ที่ต้อง ฟอกไต วัน-เว้น-วัน อาการนี้ [ถั่งเช่า] ไม่สามารถช่วยเหลือได้ เลยจริงๆ ครับ เรา จนปัญญา จริงๆ..

? อีกวิธีการหนึ่งของ การวัดค่าไต คือ วัดที่ตัว Cr โดยตรงเลย ซึ่งก็สามารถ บอกสภาพของไต ได้เช่นกัน ซึ่งก็ต้องอาศัยการ ตรวจผลเลือด Blood chemistry เพื่อดู เคมีของเลือด เหมือนเดิม เพราะ.. การจะรู้ว่า ไตเสื่อม หรือ ไตวาย ได้นั้น แพทย์ส่วนมาก จะดูจาก ผลตรวจเลือด ซึ่งตัวที่ดูได้รวดเร็ว และ ตรวจง่ายที่สุด(ไม่นับการตรวจปัสสาวะ)ก็คือ ค่า ครีเอตินิน (Creatinine) ตัวย่อ Cr นั่นเอง
ห้องปฏิบัติการตรวจเลือดส่วนใหญ่ มักจะให้ค่าปกติของ Creatinine คือไม่เกิน 1.5 ดังนั้น ถ้าตรวจแล้วค่า Creatinine เกิน 1.5 หมอส่วนมากก็จะบอกคนไข้ว่า “ไตเริ่มเสื่อมแล้ว”
ข้อมูลอาจใกล้เคียงกับ โรคไต (Nephropathy)

? แล้วเสื่อมแล้วยังไง ต้องรักษาอะไรมั้ย?
คำตอบนี้…ขึ้นกับว่า ไตเสื่อมมากแค่ไหน ปัสสาวะยังออกอยู่รึเปล่า และค่าเกลือแร่ในเลือดผิดปกติมากแค่ไหน (ค่าเกลือแร่ในที่นี้ หมายถึง โซเดียม โพแทสเซี่ยม แมกนีเซี่ยม แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส และความเป็นกรดด่าง ซึ่งตรวจได้จากการเจาะเลือดเช่นกัน)
ถ้า ค่าไตไม่สูงมาก (เช่น 1.8 , 2.5 หรือแม้แต่ 3 กว่าๆ) สำหรับบางคน หมออาจไม่ได้ให้ทำอะไรเพิ่มเติม แค่ต้องระวังการใช้ยา(ห้ามซื้อยากินเอง เด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs) และงดอาหารเค็ม ที่สำคัญ จะต้องมี การเจาะเลือด เป็นระยะๆ เพื่อดูว่าไตเสื่อมลง มากกว่าเดิม หรือไม่
ถ้า ค่าไตไม่สูงมาก แต่มีผลเกลือแร่ในเลือดผิดปกติ เช่น เลือดเป็นกรดมาก โพแทสเซี่ยมสูง หรือฟอสฟอรัสสูง นอกจากจะต้องระวังการใช้ยา และงดอาหารเค็มแล้ว แพทย์อาจให้ยาบางตัวในการรักษาสมดุลเกลือแร่ และจะต้องงดอาหารบางประเภทที่มีโพแทสเซี่ยมและฟอสฟอรัสสูง
แต่ ถ้าค่าไตสูงมาก (อาจจะ 4-5 หรือสูงกว่านี้ พิจารณาเป็นกรณีๆ ไป) อาจจะต้องรับการฟอกไต โดยจะอยู่ในดุลยพินิจ ของแพทย์ผู้ทำการรักษา โดยแพทย์จะพิจารณาว่า ผู้ป่วยรายใด สมควรต้อง ได้รับการฟอกไตแล้วบ้าง ส่วนผู้ที่ยังไม่ต้องฟอก ก็จะมีการติดตามผลเลือดอย่างใกล้ชิด (ส่วนเรื่องอาหารก็ต้องงดเค็ม งดอาหารที่มีเกลือแร่บางชนิดสูง นอกจากนี้อาจยังต้องจำกัดน้ำดื่มตามปริมาณปัสสาวะที่ออกในแต่ละวันอีกด้วย)
จะเห็นว่า มีผู้ป่วยกลุ่มใหญ่ทีเดียว ที่ค่าไตไม่สูงมาก แต่ก็เรียกได้ว่า “ไตเริ่มเสื่อม” ผู้ป่วยกลุ่มนี้ มักจะไม่ต้องรักษาอะไร เพียงแต่ต้องระวังการใช้ยา งดเค็ม และต้องมีการตรวจเลือดเป็นระยะเท่านั้น หมอจึงไม่ได้สั่งยาอะไรให้ และไม่ได้อธิบายอะไรมาก เพียงแต่บอกให้ทราบว่า ไตเสื่อมแล้วนะ จะได้ระวังและปฏิบัติตัวได้ถูก
การตรวจสอบว่า คุณเป็นโรคไต ระยะที่เท่าไรนั้น เมื่อตรวจสอบด้วยค่า Cr ตามค่าที่ปรากฏ จนชัดเจนแล้ว เราจึง มาเริ่มต้นการดูแลด้วยถั่งเช่า

? หน้าที่ของถั่งเช่า เมื่อเริ่มรับประทานจะเข้าไป ปรับสมดุล กรด-เบส ของเลือด คุม Potassium , Phosphorus , Sodium ในเลือด ให้สมดุล เพิ่ม Oxygen ลด เกร็ดเลือด และ ลดความหนืดข้น จัดระบบไหลเวียนของเลือด ให้คงที่ สม่ำเสมอ
ในงานวิจัยจะพบว่า ผู้ป่วยที่ วัดค่า Cr ได้ = 3 หรือ เกิน 3 ไปเล็กน้อย.. หลังจากที่ได้ทานถั่งเช่าอย่างต่อเนื่อง ในระยะเวลา 1-3 สัปดาห์ จะมีค่า Cr ลดลง อย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อใช้ต่อเนื่อง เป็นเวลา 1 เดือน จะสามารถ คืน ค่าปกติ ของไต คือ พบ Cr ที่ต่ำกว่า 1.5 ซึ่งถือเป็นค่าปกติ ของไต ได้ และเมื่อทำการวัดค่า eGFR จากการคำนวณ ตามสูตร ข้างต้น ก็จะมีค่า ปกติ คือ มากกว่า 90 ขึ้นไป

นั่นจึงแสดงให้เห็นชัดเจนว่า หากคุณ เริ่มมีอาการของ โรคไตเสื่อม ในระยะที่ 1 – 4 ที่ยังไม่ถึงขั้น ต้องฟอกไต ถั่งเช่าก็อาจจะยังสามารถ รักษา อาการ และ ฟื้นฟู ให้กลับมาสู่ สภาพปกติได้
แต่หากพบว่า ค่า Cr สูงมาก เกิน 5 หรือ ค่า eGFR ลดต่ำลงเป็น 15 ซึ่งเป็น ระยะที่ 5 ซึ่งต้อง ฟอกไต กันแล้ว ก็อาจจะเกินขีดความสามารถของ ถั่งเช่าที่จะปรับให้คืนมาสู่ สภาพปกติได้

? ดังนั้น คนที่ ว่างเว้นจาก การตรวจเช้ค Blood Chemistry หรือห่างเหินจาก การตรวจ Lab เลือด ก็จะไม่มีโอกาสทราบได้เลยว่า ตัวเรา เป็นโรคไต หรือไม่ หรือกำลังเป็น โรคไต ระยะที่เท่าไร จนกว่าร่างกายจะ แสดงอาการ ปวดหลัง ตัวบวม ผิวขาวซีด ปัสสาวะขุ่นข้น ติดขัด หรือ อาการอื่นๆ ที่ฟ้องว่า เรากำลัง ไตเสื่อม กระบวนการรักษา ก็จะ ยุ่งยากซับซ้อนขึ้น จนอาจรักษาไม่ได้ ถึงขั้นต้อง เปลี่ยนไต ซึ่งไม่ง่่่ายเลย ที่ผมพยายามจะบอกว่า.. [โรคไต ทำให้ ตาย.. ได้ จริงๆ] ตรงบรรทัดแรกๆ ของบทความ (ข้างบน) ก็ไม่ได้เป็นการ ขู่กัน หรอกนะครับ เพียงแค่ อยากให้ช่วยกัน ระมัด-ระวัง รักษา ไตของเรา เอาไว้ให้ ดีที่สุด
จึงอยาก เชิญชวน ให้เรามาช่วยกัน ปกป้อง ไตของเรา ให้มีอายุ ยืนยาว โดยทดลองทาน [ถั่งเช่า] กันดู อาจช่วยให้คุณ ได้อยู่ห่างไกลจาก โรคไต ได้ดีขึ้น อย่างน้อยก็..( กัน ไว้ดีกว่า แก้..) เพราะหาก แย่ไปแล้ว ก็อาจ แก้ไข ไม่ทัน นะครับ.

cr. Worawit Rochanavipart

สนใจสอบถามเพิ่มเติมเข้ามาได้ครับ
092-607-2828
Line : @cordyland
คลิก แอดไลน์อัตโนมัติ https://line.me/R/ti/p/%40cordyland